และนั่นอาจจะทำให้ตัวของฉันรู้สึกว่าตอนนี้ตัวฉันนั้น น่าจะโตขึ้นก้าวสู้อีกวัยแล้ว และก็คิดอีกว่าประสบการณ์ในมหาวิทยาลัยที่สอนฉันในหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี ฉันควรจะจดจำและควรทำตามในเรื่องไหนดี ซึ่งประสบการณ์ที่สอนฉันเหล่านั้นมันทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น ฉันใช้ชีวิตโดยพึ่งพาตัวเองมากกว่าพึ่งพาคนอื่น เพราะฉันได้เรียนรู้แล้วว่า การพึ่งพาคนอื่นนั้นมันก็เป็นเหมือนการ ยืมจมูกคนอื่นหายใจ เหมือนกับที่แม่ของฉันเคยสั่งสอนฉันมาตลอด และฉันก็พบแล้วว่ามันจริงอย่างที่ท่านเคยบอกไว้
ประสบการณ์ที่ไม่ดีของฉันก็มีแต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร มันอาจจะเป็นเพราะความประมาทของฉันเองและ ฉันก็ไม่ได้โทษใคร และทุกวันนี้ก่อนที่จะทำอะไร ฉันก็จะคิดถึงเหตุการณ์ที่มันเคยเกิดขึ้น และจำไว้เป็นบทเรียนในวันข้างหน้าเสมอ
และประสบการณ์ที่น่าจดจำที่สุดก็คือได้เจอเพื่อนที่ดี ก็เพราะว่าการที่ฉันได้เจอะเจอกับเพื่อนที่ดีของฉัน นั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของการได้ก้าวไปสู่การค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ฉันอาจจะยังไม่เคยได้พบเจอ และได้แลกเปลี่ยนทัศนะคติที่มีต่อโลก ต่อสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลก จากเพื่อนของฉันนั่นเอง ซึ่งถือว่าฉันโชคดีที่ได้ความรู้ใหม่ๆเพียบบ ฮ่าๆๆๆ
ในสิ่งสุดท้าย ก่อนชีวิตฉันจะก้าวเข้าสู่ปีสุดท้ายกับการใช้ชีวิตมหาลัยฯ ฉันคิดว่าฉันจะต้องได้เจอกับประสบการณ์ใหม่ๆ จากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวฉันเองอีก และ แน่นอนที่ฉันจะต้องกอบโกยเอาความรู้ใหม่ๆเข้าสมองให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ในอนาคต ฉันจะต้องเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่ง และมีวิสัยทัศน์ และเป็นคนดีของสังคมอย่างแน่นอน!!!
สิ่งที่ทำให้ฉันจะก้าวไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่ดีอย่างเต็มตัวได้นั้น ฉันได้ยึดหลักจากพ่อหลวงของเรา
จาก พระราชหัตถเลขาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีไปถึงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
ดังมีว่า
ลูกพ่อ
ในพื้นแผ่นดินนี้
ทุกสิ่งเป็นของคู่กันมาโดยตลอด มีความมืดและความสว่าง ความดีและความชั่ว
ถ้าให้เลือกในสิ่งที่ตนชอบแล้ว
ทุกคนปรารถนาความสว่างปรารถนาความดีด้วยกันทุกคน
แต่ความปรารถนานั้นจักสำเร็จลงได้ จักต้องมีวิธีที่จักดำเนินให้ไปถึงความสว่าง หรือ ความดีนั้น
ทางที่จักต้องไปให้ถึงความดีก็คือรักผู้อื่น
เพราะความรักผู้อื่น สามารถแก้ปัญหาได้ทุกปัญหา
ถ้าให้โลกมีแต่ความสุขและเกิดสันติภาพ
ความรักผู้อื่นจักเกิดขึ้นได้
พ่อขอบอกลูกดังนี้...
1. ขอให้ลูกมองผู้อื่นว่า เป็นเพื่อนเกิด เพื่อนแก่ เพื่อนเจ็บ เพื่อนตายด้วยกัน ทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ว่าอดีต...ปัจจุบัน...อนาคต
2. มองโลกในแง่ดี และจะให้ดียิ่งขึ้น ควรมองโลกจากความเป็นจริง อันจักเป็นทางแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง และเหมาะสม
3. มีความสันโดษ คือ
-มี ความพอใจเป็นพื้นฐานของจิตใจ พอใจตามมีตามได้ คือได้อย่างไร ก็เอาอย่างนั้น ไม่ยึดติด ขอให้คิดว่ามีก็ดี ไม่มีก็ได้ พอใจตามกำลัง คือมีน้อยก็พอใจตามที่ได้น้อย
-ไม่เป็นอึ่งอ่างพองลมจะเกิดความเดือดร้อนในภายหลัง
-พอใจตามสมควร คือทำงานให้มีความพอใจเหมาะสมแก่งาน
-ให้ดำรงชีพให้เหมาะสมแก่ฐานะของตน
4. มีความมั่นคงแห่งจิตคือ ให้มองเห็นโทษของความเกียจคร้าน และมองเห็นคุณประโยชน์ของความเพียร และเมื่อเกิดสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาให้ภาวนาว่า...มีลาภ มียศ สุขทุกข์ปรากฏ สรรเสริญนินทา เสื่อมลาภ เสื่อมยศ เป็นกฎธรรมดา อย่ามัวโศกานึกว่า 'ชั่งมัน'
**และสุดท้ายขอให้เพื่อนๆที่รักของฉันทุกคนจงโชคดี และจงพอใจกับทุกๆวันที่ได้มีชีวิตอยู่**
ปล.บ้านหนูก็มีค่ะ ^_______^
ปล.บ้านหนูก็มีค่ะ ^_______^
รูปที่มีทุกบ้าน - ธงชัย แมคอินไตย์

10 ความคิดเห็น:
สุดยอดเลยว่ะ อุ้ย!!!
เขียนดีมาก
ประสบการณ์ใหม่ๆตื่นเต้นๆอ่ะ เดี๋ยวไฟท์จัดให้เอง ที่ผ่านมายังไม่พอใช้มั้ยล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ
อือ ชมด้วยๆ เขียนดีๆ สงสัยประสบการณ์เพื่อนดี คงไม่มีคุณไฟท์เเน่ ก๊ากๆๆๆ
เขียนดีอ่ะ
แอบซึ้งนะเนี่ย
ไม่อยากจะเชื่อว่า มึงเขียนเอง
555
ดีเกินคาด
เมิงจะไปประกวดสุนทรพจหรือไง ก๊ากกกกกกกกก
อู๊ยยย..
ค่าาาา
โตขึ้นมากก มากกกก
ฮ่าาาาา ฮ่ะๆๆ
------------
ทั้งหมดที่มึงเขียนมา
กูชอบ บ้านหนูก็มีค่ะ ^___^
เพราะบ้านกูก็มี
เขียนดีมากเลย ทั้งเนื้อหา และคำที่ใช้
อ่านแล้วได้อารมณ์ รู้สึกถึงอารมณ์ของคนเขียน
นะ !
จัดไปเลย ชุดใหญ่
ว่างๆมาเขียนไดอารี่ให้กุมั้งนะ
ว๊าวววววว
เยี่ยมจิง
เพื่อนนู๋คะเพื่อนนู๋
5555
เพื่อนเขียนได้ซึ้งมากกกก
ดีๆๆ
มะรั่ยจะเขียนเรื่องใหม่
รออ่านอยุ่นะ
ไปเขียนหนังสือชีวประวัติได้เลยนะเนี้ย
แสดงความคิดเห็น